Love, Death & Robots | Episode 12: Fish Night ภาคแฟนตาซีของ Death of a Salesman

Love, Death & Robots | Episode 12: Fish Night ภาคแฟนตาซีของ Death of a Salesman

Love, Death & Robots | Episode 12: Fish Night เรื่องเล่าฉบับแฟนตาซีของ Death of a Salesman ชีวิตของเซลล์แมนและความฝันแบบ American Dream ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

เรื่องย่อของ Fish Night

เซลแมนสองคน …ชายหนุ่มกับชายแก่กำลังเดินทางไปขายของ แต่รถเกิดเสียระหว่างทางที่วิ่งผ่านทะเลทราย ชายแก่ก็เลยบอกว่าให้รอจนถึงพรุ่งนี้เช้า อากาศเย็น ๆ สักรุ่งสางค่อยเดินย้อนกลับไปปั๊มน้ำมันก่อนหน้า ระหว่างรอตอนกลางคืนมันก็เกิดเรื่องมหัศจรรย์ขึ้น ทะเลทรายรกร้างตรงนั้นก็เปลี่ยนกลายเป็นก้นมหาสมุทร

เรื่องนี้ตอนดูครั้งแรกก็ชวนให้นึกถึงละครเวทีเรื่อง “Death of a Salesman” หรือ “อวสานเซลล์แมน” ของอาร์เธอร์ มิลเลอร์ ซึ่งเรื่องนี้ก็เคยถูกถ่ายทำเป็นภาพยนตร์ด้วยด้วยการใช้ฉากและรูปแบบแบบเดียวกับละครเวที มี John Malkovich เล่นด้วย

ซึ่งส่วนตัวคิดว่า Fish Night กับ Death of a Salesman มีแก่นของเรื่องคล้ายกันแล้วยังมีตัวเอกที่เป็นเซลล์แมนเหมือนกันด้วย แถมรายละเอียดของเรื่องที่เป็นตัวสัญญะก็ยังเล่าเกี่ยวกับอดีต อนาคต ปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องเคยดู Death of a Salesman มาก่อน ก็เข้าใจ Fish Night ได้เพราะมันคือคนละเรื่องกัน


แล้วทำไมถึงต้องเป็นเซลล์แมนหละ?

ถ้าเราลองสังเกตเหนังอเมริกันที่เล่าย้อนไปช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเราจะเห็นว่าเซลล์แมนเป็นอาชีพที่บูมพอสมควร ผู้ชายกลับบ้านมาเป็นเซลล์แมนขายของตามรัฐหรือไม่ก็มีตัวละครแบบนี้ปรากฎอยู่ อย่างเช่น A Walk in the Clouds ที่คีอานู รีฟเล่น พระเอกก็เป็นทหารกลับมาเป็นเซลล์แมน หรืออย่างใน Carol ก็มีเซลล์แมน(เก้)อยู่ด้วย อย่างในไทยเมื่อสักเมื่อ 20 ปีก่อน ก็ยังเห็นเซลล์แมนอยู่นะ เคยเจอตอนเด็ก ๆ ขายพวกอุปกรณ์ตัดผมหรือไม่ก็ลากกระเป๋าเดินผ่าหน้าบ้าน

แต่ทีนี้ก็ลองหันกลับมามองดูในปัจจุบันเราแทบไม่เห็นเซลล์แมนแบบที่เดินทางตามบ้าน เคาะประตูขายของไปเรื่อยแล้ว เพราะด้วยความที่โลกเปลี่ยนไป มีเทคโนโลยีเข้ามา การสื่อสารที่ดีขึ้น เซลล์แมนก็เลยเป็นเหมือนอาชีพที่สูญพันธุ์ไป (แค่จริง ๆแค่เปลี่ยนแปลงรูปแบบไปเท่านั้นเอง)

ทีนี้สัญลักษณ์ความเป็นเซลล์แมนของ Death of a Salesman รวมถึงใน Fish Night มันมาพร้อมกับความฝันรูปแบบหนึ่งคือ American Dream


Salesman กับ American Dream

ถ้าทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ American Dream คือความฝันที่เราเชื่อว่า “การขยัน มุ่งมั่นทำงานหนักเราจะได้รับความมั่นคงและเสรีภาพมา” ให้เห็นเป็นรูปธรรมก็อย่าง…การทำงานมุ่งมั่นทำงานหนักเพื่อจะที่ได้ “มีบ้าน มีรถ มีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีเงินใช้” หรือประโยคแบบไทย ๆ ที่เราคุ้นชิน “ก้มหน้าก้มตาทำงานหนักแล้วชีวิตจะก้าวหน้า” นั่นเอง

American Dream ก็สามารถแปรเปลี่ยนมุมมองไปได้ตามยุคสมัยเพราะยังไงมันก็คือความฝัน แต่สุดท้ายมันก็คือความฝันหรือความเชื่อที่จะมีชีวิตที่ดีและมั่งคงด้วยการทุ่มเททำอะไรบางอย่าง ถ้านึกไม่ออกให้นึกถึงตัว Forrest Gump เป็นตัวละครที่เป็น American Dream มาก ๆ ที่ประสบความสำเร็จเพราะแค่ลงมือทำบางอย่างที่มีคนบอกให้ทำ ทำมันอย่าง….. อะไรประมาณนี้

แต่เพราะความฝันอย่างอเมริกัน มันก็เป็นกับดักของชีวิตเหมือนกันเพราะมันไม่มีอะไรมาการันตีว่า…การที่คุณขยันทำงานหรือทำงานหนักแล้วชีวิตคุณจะก้าวหน้า ถ้ามีก็มีน้อยมาก ลองคิดดูว่าจะมีสักกี่คนที่ประสบความสำเร็จแบบ Forrest Gump

คนขยันทำงานทั้งชีวิตก็ยังมีคุณภาพชีวิตเท่าเดิม เงินเดือนขึ้นทีละไม่กี่สตางค์ สภาพความเป็นอยู่เท่าเดิม ลองสังเกตว่าคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันนี้ก็แทบไม่ถือคตินี้ในการใช้ชีวิตกันแล้ว (จะพบเห็นได้ส่วนใหญ่ในคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์เท่านั้น เนื่องจากมันเป็นความฝันในรุ่นของเขาผลจากช่วงหลังสงครามที่สูญเสียอะไรไปหลายอย่าง) เพราะในปัจจุบันอะไรหลาย ๆ อย่างได้เปลี่ยนไป ดังนั้นความมั่นคงในชีวิตมันไม่ได้เกิดจากแค่การทุ่มเททำงานหนักเท่านั้นอีกต่อไป

อย่างนั้น การเป็นเซลล์แมนที่ผูกคู่มากับ American Dream มันจึงเป็นสิ่งที่จะถูกกาลเวลากลืนหายไปในท้ายที่สุด เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของกันและกัน คนหนุ่มสาวที่ออกจากบ้านตามหาความฝัน วันที่ทุกอย่างเปลี่ยน โลกกลายเป็นทุนนิยม ใครมือยาวก็สาวได้สาวเอา ราวกับ “ปลาใหญ่ย่อมกินปลาเล็ก” มันจึงกลายเป็นอวสานของ American Dream เหมือนกับการอวสานของเซลล์แมน

นั่นคือสิ่งที่ทำให้ Fish Night กับ Death of a Salesman มีความคล้ายกันในความคิดเรา ไม่ใช่เพราะแค่ตัวละครเป็นเซลล์แมน แต่มันคือการอวสานของชีวิตกับความฝันแบบอเมริกันชน อย่างที่เห็นผ่านตัวเซลล์แมนที่เป็นคนแก่กับคนหนุ่มใน Fish Night เป็นความฝันลม ๆ แล้ง ๆ เหมือนทะเลทรายในเรื่องนี้นั่นเอง

(ต่อจากนี้ไปจะเปิดเผยเนื้อหาของเรื่องนะ)


“ผมไม่เคยเห็นมหาสมุทรมาก่อน พูดอะไรมาผมก็เชื่อทั้งนั้นแหละ”

นี่คือคำพูดของชายหนุ่มหรือเซลล์แมนมือใหม่ มันสะท้อนให้เห็นว่าเขามีความฝันถึงการเป็นเซลล์แมน มีความฝันว่าวันหนึ่งชีวิตจะดีขึ้น มันมีแต่ความฝันและจินตนาการที่มันได้ถูกสร้างภาพเอาไว้อย่างจับต้องไม่ได้คล้ายกับความเป็น American Dream ที่กล่อมเราว่ามุ่งมั่นกับการทำงานก็จะเจอชีวิตที่ดีเอง ในขณะที่ชายแก่กลับมองเห็นภาพความจริงของอาชีพนี้ว่ามันกำลังจบแห่แล้วและได้แต่หวนถึงวันที่เขาสามารถเดินตามความฝันโดยไม่ต้องสนใจการเปลี่ยนผ่านของโลกใบนี้หรือวันที่ความฝันมันจะจบลง

ตัวชายหนุ่มกับชายแก่จึงกลายเป็นตัวแทนของภาพความฝันกับความเป็นจริง พอทะเลทรายที่แห้งแล้งแปรเปลี่ยนไปเป็นมหาสมุทรที่กว้างใหญ่…แน่นอนว่ามันเหมือนภาพของความฝันสวยงามได้ปรากฎอยู่ตรงหน้า หลอกล่อเราให้หลงไหลไปกับมัน ปลานับร้อยพันแหวกว่ายอยู่รอบตัว ชายสองคนนั้นตื่นตะลึงกับมัน ชายแก่รู้ว่านั่นไม่ใช่ความจริง ไม่ใช่มหาสมุทรจริง ๆ แม้ว่ามันจะสวยงามมากแค่ไหนก็ตาม แต่ชายหนุ่มกลับกระโจนเข้าหามันเพราะหลงเชื่อว่าภาพฝันนั้นคือความจริง เหมือนแมงเม่าที่บินเข้ากองไฟ ในตอนที่เขากระโดดแหวกว่ายขึ้นไปบนท้องฟ้า พยายามตะกายให้ถึงดวงดาว แต่ท้ายที่สุดเขาก็ถูกภาพลวงของโลกเก่านั้นกลืนหายไปก่อนที่รุ่งสางจะดำเนินมาถึง

ผู้ชายสองคนนี้อาจเป็นตัวแทนของคน ๆ เดียวกันก็ได้ ครั้งหนึ่งชายแก่คงเคยเป็นชายหนุ่มหรือบางทีชายหนุ่มก็คือไฟที่ยังคงถูกจุดอยู่ในตัวตนของชายแก่ที่เขายังคงเฝ้าฝันถึงมหาสมุทรอันกว้างใหญ่บนทะเลทรายแห้งแล้งนี้อยู่เสมอ เป็นเหมือนความตื่นเต้น ไฟในอดีตและความฝันที่ยังคงถูกจุดประกายอยู่ในใจ

สำหรับเรา Animation เรื่องนี้สร้างออกมาได้สวยงามและน่าหดหู่พอสมควร แม้ว่ามันจะได้คะแนนน้อยกว่าเรื่องอื่น ๆ ในซีรีย์เดียวกันอยู่เยอะก็ตาม แต่มันคือภาพความฝันที่…อันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตา มันจึงเป็นอะไรที่หดหู่มาก ๆ ทั้งการเล่ากับอายุ ช่วงเวลาของโลกใบเก่าและเราว่ามันมองได้ทั้งในบริบทของอดีตและปัจจุบัน เป็นได้ทั้งความเศร้าและความเป็นไปของโลก ไม่ว่าจะในแบบของ American Dream หรือความฝันในแบบอื่น ๆ อย่างน้อยมันก็เป็นการเชื่อมั่นในอะไรบางอย่างและทุ่มเทให้กับมันอย่างถึงที่สุด

เป็นหนึ่งในที่เรื่องบอกเล่าได้ดีมาก ๆ

We're square. Nothing owed, nothing left to say
แล้วเจอกัน

Death of a Salesman หรือ “อวสานเซลล์แมน” เป็นบทละครที่เขียนโดย Arthur Miller เล่าถึงชีวิตและครอบครัวของเซลล์แมนชื่อวิลลี่ โลแมน

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น