Sense and Sensibility (1995) เหตุผลที่คนเรารักกัน ยุคสมัยที่ผู้หญิงตามจับผู้ชาย?

Sense and Sensibility (1995) เหตุผลที่คนคนเรารักกัน ยุคสมัยที่ผู้หญิงตามจับผู้ชาย

จากนิยายของ เจน ออสตินสู่ Sense and Sensibility (1995) มันไม่ใช่แค่หนังหรือเรื่องราวดราม่าน้ำเน่า เพราะในขณะหนึ่งมันเป็นหนังรักตลกจังหวะจะโคนน่ารัก ที่มาพร้อมปมแห่งยุคสมัย


การจากไปของผู้เป็นพ่อทำให้ชีวิตของลูกสาวทั้งสามและแม่อีกหนึ่งคนต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล ในยุคสมัยที่กฏหมายเขียนให้มรดกจะต้องตกเเป็นของลูกชายเท่านั้น “เคต” “เอลิเนอร์” กับ “น้องสาว” และ “แม่” จึงต้องย้ายออกจากบ้านหลังใหญ่ที่พวกเธออาศัยมาทั้งชีวิตไปเช่ากระท่อมของญาติอยู่ด้วยเงินสนับสนุนอันน้อยนิดจากพี่ชายต่างแม่

ก่อนที่จะเปลี่ยนความเศร้าเป็นเรื่องราวของการตามหาสามีในอนาคตแทน 555


ทันทีที่พ่อเสีย คุณแม่ก็คอยลุ้นคอยเชียร์ให้ลูกสาวได้ผู้…ชาย ราวกับว่าลืมความเศร้าที่เสียสามีไปเลย แม่ถึงกับสนับสนุนและคอยลุ้นเต็มที่เมื่อมี “เอ็ดเวิร์ด” มาชอบพอ เอลินอร์ ถ้าไม่ติดเรื่องมารยาทของสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีแม่คงบอกกับเอ็ดเวิร์ดว่า “ชอบเอลินอร์ใช่ไหมคะ เอาไปเลยค่ะแม่ยกให้ …ฟรี”

แล้วพอย้ายจากบ้านหลังใหญ่ไปอยู่กระท่อม ลูกสาวคนกลางก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเหมือนเททิ้ง มีผู้ชายถึงมารุมจีบถึงสองคนในเวลาเดียวกัน ทั้งชาติตระกูลดี ทั้งมีเงิน หน้าตาก็ใช่หยอก คราวนี้แม่ยิ่งกว่ายกให้ฟรี แม่แทบจะผูกโบว์ใส่พานถวายแทบเท้าให้เดี๋ยวนั้นเลย ความตลกต่อจากนั้นคือการที่ผู้ชายพากันเดินเข้าออกบ้านเพื่อมาหาผู้หญิงคนเดียวแบบรถไฟชนกัน เรียกได้ว่า “หัวกระไดไม่แห้ง” แฉะเลย แล้วพวกผู้หญิงก็หน้าตาตื่นรอผู้ชายกันอยู่ในบ้าน มันเป็นหนังตลก

ซึ่งในนี้ก็มีเรื่องของความรักเป็นส่วนสำคัญของความสัมพันธ์นะ ไม่ใช่แค่เรื่องการตามล่าจับผู้ชายเอาคนไหนก็ได้ที่บุคลิคดูดี นิสัยรวย ตัวเคตและเอลินอร์ต่างถูกชักจูงด้วยความรักเช่นกัน เพราะถ้าไม่รักก็ไม่เอา

ฉากคอกม้าที่เอ็ดเวิร์ดกำลังจะสารภาพกับเอลินอร์เป็นฉากหนึ่งที่ดีมาก มันทั้งลุ้น น่ารัก ขบขัน ตลก ทุกอย่างรวมๆกันแบบบอกไม่ถูก ความเป็นสุภาพบุรุษบางทีมันก็เป้นอะไรที่พูดยาก ยอดชายแค่ไหนถ้าพูดไม่ออกก็คือพูดไม่ออก เพราะเรื่องนี้เป็นหนังตลก


ชายหญิงแห่งยุคสมัย Sense and Sensibility

เราว่าสิ่งที่หนังเรื่องนี้สะท้อนออกมาให้เห็นชัด ๆ คือรูปแบบของยุคสมัยกำหนดความเป็นไปของผู้คน แบบแทบจะมีส่วนสำคัญกับทุกอย่างในชีวิต ตั้งแต่ว่าเกิดมาเป็นผู้หญิงหรือชายแล้ว

เราจะเห็นได้ว่าผู้หญิงจะถูกเก็บไว้ในบ้าน …ไว้แค่เฉพาะในบ้าน การจะเดินทางไปไกลคือต้องถูกเชิญเท่านั้น ถ้าไม่มีใครเชิญเธอจะออกไปไหนไม่ได้ ประมานว่าไม่มีที่ไป (ลองนึกถึงตอน เจนแอร์หนีออกมาก็ได้) จึงต้องมีคนเชิญเป็นหนักเป็นแหล่งแต่ไม่ถึงกับต้องจุดธูป ในขณะที่ผู้ชายเพียงแค่ขี่ม้าออกไป จะเดินทางคนเดียวก็ไม่มีปัญหาและดูเป็นอิสระมากกว่า

มันเลยทำให้ผู้ชายกับผู้หญิงยุคนี้เจอกันยาก อย่างตัวนางเอกทั้งสองคนในเรื่องนี้ ที่บ้านไม่ได้อยู่ในเมืองแต่เป็นชนบท นอกจากจะห่างไกลผู้คนแล้วก็แทบไม่เจอใครเลย ต่อให้เดินออกไปก็นาน เจอกันยาก พอผู้หญิงถูกเก็บไว้ในบ้าน การจะเจอผู้ชายโสด ชาติตระกูลดีผ่านมาสักคนนับว่าเป็นโชคมากกกก

เมื่อคนมันเจอกันยาก พอเจอกันมันก็คลิกกันง่าย โดยเฉพาะผู้หญิง เพราะมีตัวเลือกให้เปรียบเทียบไม่มาก หนึ่งปีได้เจอสักคนก็คงถือว่าบุญแล้ว ตัวละครมันก็เลยรักกันง่าย พอเจอกันครั้งหนึ่งก็มักใช้เวลานานเพราะเดินทางไกลมันลำบาก มันเหนื่อย มันต้องพักผ่อน แล้วระหว่างพักนั่นแหละที่ดอกรักจะผลิบาน

แล้วมันทำให้ชายหญิงยุคนั้นมีความพยายามมาก จดหมายส่งไปก็ไม่รู้จะถึงรึเปล่า การจะได้เจอกันครั้งหนึ่งก็ยาก กว่าผู้ชายจะว่าง กว่าผู้ชายจะมา คือผู้ชายจะต้องขี่ม้าไปกลับรวมกันอย่างน้อยแปดไมล์ เพียงเพื่อพบหน้ากัน ทักทาย ย่อ อาจดื่มชาเล็กน้อยและเสวนากันบ้าง โดยที่ไม่มีการสัมผัสตัวกัน

แล้วรักกันแล้วก็ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ดีจริงรึเปล่า ผู้หญิงอยู่แต่ในบ้าน ส่วนผู้ชายก็ขี่ม้าไปไหนต่อไหน เผลอ ๆ ซ่อนเมียไว้ที่อีกเมืองก็เป็นได้ เหมือนที่เอลินอร์รอเอ็ดเวิร์ค ครั้นจะโจ่งแจ้งก็ไม่ได้อีกเดี๋ยวกลายเป็นข่าวลือ อะไรมันจะใช้ชีวิตยากขนาดนั้น มันไม่ได้เช็คสถานะได้เหมือนในโซเชียลเน็ตเวิร์ค เมื่อมันสื่อสารกันยากมันจึงเกิดข่าวลือ ผ่านการซุบซิบนินทา

เราเคยมองว่าการซิบซิบนินทา คนช่างสอดรู้เป็นสิ่งที่ไร้มารยาท เพราะตัวเอกในเรื่องก็ไม่ค่อยชอบที่จะโดนสอดรู้เท่าไหร่ แต่มันก็เป็นชะตากรรมที่น่าเห็นใจ เราถึงพอเข้าใจว่าการซุบซิบนินทาเป็นสิ่งเดียวที่ผู้หญิงจะได้รู้ข่าวหากโดยผู้ชายทิ้ง ไม่อย่างนั้นนางก็จะนั่งรอความรักไปจนเหี่ยวเฉาโดยไม่รู้ว่าโดนเท (แต่การนินทาก็จะมีข้อบกพร่องของเรื่องข้อมูลที่ผิดเพี้ยน กระพือ อย่างที่เข้าใจกัน)


ผลกระทบของกฏหมายกับการตามจับผู้ชาย

เวลาเราดูหนังเรื่องอื่น ๆ บางเรื่องที่อยู่ในยุคสมัยเดียว ๆ กัน มันมีจะมีมุกตลกเกี่ยวกับผู้หญิงหรือคำดูถูกประเภทหนึ่งที่ความ “พวกผู้หญิงถูกสอนให้ตามจับสามีรวย” เหมือนพอโตก็ถูกสอนให้ออกล่า ดูมีความต้องการในผู้ชายสูง ในจินตนาการมันดูน่ากลัวมาก พวกผู้ชายในเรื่องก็จะรู้สึกกลัวพวกผู้หญิงที่พยายามตามจับสามีรวย ทำไมผู้หญิงพวกนั้นไม่ไปทำอย่างอื่น มาตามจับผู้ชายกันทำไม แล้วก็กลายเป็นที่ซุบซิบนืนทา

เราเคยคิดแบบนั้นด้วยความไม่เข้าใจ คิดว่าผู้หญิงบางประเภทแค่อยากได้ผัวรวยจนน่ากลัว โดยลืมไปว่ากฏหมายและสังคมไม่ได้อยู่ข้างพวกเธอเท่าที่ควร Sense and Sensibility สะท้อนให้เห็นถึงเหตุแห่งปัญหานั้น ว่าพวกเธอก็อยากออกไปเป็นอิสระเหมือนกัน แต่พวกเธอไม่มีสมบัติติดตัวเลย มรดกก็เป็นของลูกชาย จะซื้ออะไรกินก็คำนวเงินแล้วคำนวนเงินอีก และจำเป็นต้องได้รับเงินสนับสนุนจากครอบครัวเท่านั้น ครั้นจะไปหางานทำก็ไม่มี

การแต่งงานกับผู้ชายมีฐานะมันจึงเป็นหลักประกันว่าพวกเธอจะไม่ลำบากหรืออดตาย โดยแทบไม่มีอนาคตแบบอื่นเลยให้จินตนาการถึงได้เลย เพราะถ้าไม่มีสามีและสุดท้ายยากจนมากก็จะไปจบลงที่บ้านอนาถาสำหรับสตรี เหมือนกับตัวละครตัวหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงในเรื่องนี้

แล้วไม่ใช่ว่ามีคนมาชอบแล้วก็ลอยตัวสบายใจได้ เพราะถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่มีสินสมรสหรือสมบัติติดตัวเลยเหมือน “เคต” และ “เอลินอน์” ผู้หญิงพวกนั้นก็แทบจะถูกปัดทิ้งตกกระดานไปเลย มันจึงทำให้คุณแม่รู้สึกดี้ด้าเมื่อเห็นลูกสาวขายได้และพร้อมใจจะยกลูกสาวให้ชายนิสัยรวยท่าทางดีที่เข้ามา ซึ่งมันก็เป็นประเด็นสำคัญที่ถูกสะท้อนในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ว่าสุดท้ายแล้วคนเราจะแต่งงานกันเพราะเงินหรือเพราะรักกันจริง ๆ

ภายใต้ความตลกในการกระทำของตัวละคร มันมีความจำเป็นบางอย่างซ่อนอยู่ แม่ที่ดี้ด้าเมื่อลูกสาวมีคนมาสนใจ ป้าข้างบ้านที่คอบเผือกคอยพยายามหาผู้ชายมาจับคู่ให้ สามีที่แต่งงานไปแล้วเบื่อเมียตัวเองก็มี แต่แต่งแล้วก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนคุณพามเมอร์ ที่เจอหน้าเมียกับแม่เมียที่ไรก็แทบจะหมดอารมณ์ในทันที กลายเป็นโมเม้นตลก ๆ ของเรื่องนี้ ซึ่งในมุมหนึ่งก็น่าสงสารผู้ชายอยู่เหมือนกัน แต่ในความจำเป็นคือผู้หญิงก็ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก

เมื่อสร้างเนื้อสร้างตัวไม่ได้ ก็ต้องแลกด้วยการจับสามีรวย มันเลยเป็นความล้มเหลวของกฏหมายที่กีดกันผู้หญิง แล้วมันก็ส่งผลกระทบต่อผู้ชายด้วยในมุมหนึ่ง เพราะถ้าผู้ชายคนนั้นเกิดไปตกหลุมรักกับผู้หญงที่ไม่คู่ควรก็จะถูกกีดกันหรือตัดออกจากกองมรดก อย่างที่พี่สาวของเอ็ดเวิร์ชอบยกขึ้นมาขู่คุณแม่บ่อย ๆ

มันทำให้หลายครั้งผู้ชายเหล่านั้นต้องทอดทิ้งหญิงที่รักไป มันก็กลับไปที่ประเด็นเดิม ผู้ชายบางคนก็เลือกความมั่นคงไปหาเงินก่อนโดยทิ้งหญิงที่รัก แต่บางคนมั่นคงในรักก็ยอมโดนตัดทิ้งจากกองมรดก บางคนก็จมอยู่กับตราบาปไปตลอดชีวิตเพราะเคยทอดทิ้งหญิงที่รัก 

เรื่องนี้จึงถามเราว่าอะไรคือเหตุผลที่คนรักกัน?

ซึ่งเราก็ยังคงเห็นเรื่องราวประมาณได้อยู่ในทุกยุคทุกสมัย


ความน่าสนใจของเรื่องนี้

  • ตัวละครมีรายละเอียดน่าสนใจทุกตัวเลย แม้แต่ตัวประกอบก็ถูกเก็บรายละเอียดความรู้สึกความสัมพันธ์กับคัวละครหลัก มันทำให้เรื่องสนุก ขบขัน
  • มุมกล้องภาพหนี้หลายมุมก็สื่อสารได้ดีและสวยงาม ทำให้ความน่าสนใจมันไม่ได้จบแค่ความดูเป็นหนังน้ำเน่า
  • การได้เห็นอลัน ริคแมนเดินเข้าฉากมาในเรื่องนี้พร้อมน้ำเสียงที่ละลายหัวใจคนฟังอีกครั้ง มันก็เป็นอะไรที่คุ้มค่าสุด ๆ แล้ว
  • เคต วินเสลตเรื่องนี้เป็นเด็กสาวแรกแย้มน่ารัก

ดูจบก็ไปฝึกย่อ ทักทายแบบตัวละคร พิธีการสุด
“มิสฟิล์ม”
“มิสเตอร์ฟิล์ม”
*ย่อ*
“เชิญนั่งสิคะ”
“ขอบคุณครับ”

Who  brought that painting out?
แล้วเจอกัน

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น