You 2 [2019] มันไม่ได้สนุกน้อยกว่าซีซั่นแรก มันแค่ต่างจากซีซันแรกและใช่ มันสนุกน้อยกว่าซีซั่นแรก แต่มันยังสนุกอยู่นะ
ความผิดเดียวของ You 2 และเป็นความผิดที่ใหญ่หลวงที่สุด(ในความคิดเรา) คือการพยายามเล่าเรื่องให้ต่างจาก ซีซั่น 1 (เพราะต้องหักมุม)
***คิดว่าไม่มีสปอยนะ ปลอดภัย***
ใน You ซีซั่นนี้ ตัวเรื่องมีความพยายามอย่างมากกกก ที่จะเล่าเรื่องภูมิหลังของตัวละครอื่นด้วย นอกเหนือจากโจคนเดียวอย่างที่เคยเป็น เน้นการทิ้งปริศนาและชวนให้คนดูสงสัยในการกระทำของตัวละครไปพร้อม ๆ กับการหลอกคนดูให้เดา(ผิดถูกก็แล้วแต่คน) มากกว่าการเล่าเรื่องให้ชวนระทึก ลุ้นและตามติดการกระทำ ความโรคจิตของโจ มันเลยดูน่าเบื่อนิดหน่อยสำหรับคนที่คาดหวังว่าจะเจออะไรแบบซีซี่น 1
หรือพูดง่าย ๆ ก็คือซีซั่นนี้ค่อนข้างจะดูเป็นซีรีย์ไขปริศนามากกว่า 5555 ซึ่งไม่เข้ากับมันเลย
มันทำให้ทั้งการกระทำและวิธีการที่ถูกเล่าออกมาในซีซั้น 2 มันผิดวิสัยตัวละคร ที่หนักไปกว่านั้นคือมันผิดวิสัยการเล่าของเรื่อง ระหว่างดูก็จับได้เอาง่าย ๆ เลยว่า ตรงนี้ๆๆๆ …ประหลาด เพราะซีซั่น 1 เธอไม่เล่าแบบนี้ แล้วอยู่ ๆ ทำไมเธอมาเล่าแบบนี้ พอเฉลยก็เลยแบบ… อ้อ ๆ แบบนี้เอง เข้าใจละ รู้เรื่อง เก็ทเลยแต่ไม่สนุกอ่ะ
แถมการปูเหตุและผลก็ดูตั้งใจให้ลงล๊อกหมดทุกอย่าง เฉลยปุ๊บก็เป๊ะเลย เข้าที่เข้าทาง ตัวเรื่องหักมุมได้อย่างมีเหตุมีผล แต่โดนสังเกตเห็นความเพอร์เฟคมากเกินไปเสียจนไม่สนุกและแอบดูจงใจจนน่ารำคาญด้วยในบางจังหวะ บ้างแอบย้ำให้เห็นมากกว่ารอบเดียว
อยากข้าม ๆ ไปเฉลยเลยได้ไหม เหมือนตั้งใจที่จะหักมุมแบบมีเหตุมีผลมากเกินไปหน่อย ตรงนี้เป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่าหลอกคนดูไม่ได้ แต่ทำให้คนดูไม่สนุกได้
สิ่งเดียวที่หลอกได้คือการปล่อยให้ตามเนื้อเรื่องที่กำลังไปผิดทาง ตาม ๆไปก่อนแล้วมาตบ แต่ซ่อนปริศนาไม่พ้น เพราะด้วยวิธีการเล่าที่มันผิดวิสัยเรื่องจากซีซั่น 1 นั่นแหละ เกือบจะเนียนละนะ อีกนิดหนึ่งแต่ยังไม่เนียน
ชนักปักหลังของเรื่องนี้คือคนดูรู้แล้วว่ามันต้องหักมุม
ตอนจะเปิดซีซั่น 2 เราลุ้นตัวแคนเดชมากว่าจะต้องส่งผลกับโจขนาดไหน รอตามความวายป่วงจากการถูกแคนเดชตามหลอกหลอน เล่นงาน แต่กลายเป็นว่าแคนเดชไม่เด่นเลย บทออกจะอ่อนมาก ๆ ในบรรดาตัวหลักของซีซั่นนี้ทั้งหมด เหมือนในเนื้อเรื่องมีหลายอย่างให้ต้องทำมากเกินไป ทั้งหลอกคนดู ซ่อนปริศนา ปูเหตุผลทั้งของโจและตัวละครใหม่ ปูแล้วปูอีก พยายามหลอกซ้ำหลอกซ้อน หลอกอีก ขณะที่ต้องพยายามทำให้คนดูเชื่อไปด้วย
มันเลยเหมือนไม่มีใครได้ใช้เวทีเต็มเวลา บทแคนเดชก็เลยเหมือนแค่ถูกยัด ๆ เข้ามาให้มันเต็มว่า…ฉันเปิดซีซั่นด้วยเรื่องนี้นะ แล้วก็แทบจะหายจ๋อมไปเลย โผล่มากก็แทบจะไม่สำคัญแถมไม่ทำให้ลุ้นอีกต่างหาก ดูไม่สำคัญเท่าที่คิดว่าควรจะเป็น ตรงนี้เราผิดหวังเพราะเรารอดู แต่ก็ตกใจที่สุดด้วย ฉากพีคของตัวแคนเดชคือตกใจที่สุดแล้ว แค่นั้น…มีบทแบบง่าย ๆ เลยรู้สึกว่าไม่โอเค
ตอนที่สนุกที่สุดของซีซั่นนี้ก็เลยเป็นตอนแรก…ตอนที่ 1 อ่ะ มันมีความลับ ๆ ล่อ ๆ ของโจในขณะที่มีเส้นกั้นขอบเขตของความลับ ๆ ล่อ ๆ ไปด้วยพร้อม ๆ กัน มันชวนติดตาม ชวนสงสัยได้มากกว่า ได้ความรู้สึกแบบซีซั่น 1 ที่สุด
บางการกระทำของตัวละครในซีซั่นนี้ก็ชวนให้สงสัยว่ามันโง่ขึ้นหรือว่าลืมฉลาด …ไม่น่าใช่ตัวละครในเรื่องนี้นะ อย่างบางเรื่องแคนเดชก็เหมือนลืมไปว่าเคยเกือบถูกโจฆ่า ก็ยังไม่เรียนรู้ที่จะระมัดระวังหรือมีแผนสำรองที่ดีพอในการจะลงมือทำอะไร ๆ หรือตอนโจแอบไปขโมยหลักฐาน
จนรู้สึกว่าข้อคิดหนึ่งที่ได้จากเรื่องนี้คือ “อย่างน้อยโชคก็ยังอยู่ข้างคนลงมือทำเสมอ”
สิ่งทีสังเกตเห็นได้อีกอย่างในซีซั่น 2 คือโจค่อนข้างพึ่งโชคพอสมควร ลงแรงนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วก็โชคดี ผิดพลาดหรอ? เดี๋ยวทุกอย่างก็เข้าแก๊ปเอง มันเลยแบบ…”หรอ?”
ส่วนนี้ด้วยที่ทำให้ตัวเรื่องมันดูเป๊ะมากเกินไปหน่อย ทำให้ชวนหน่าย ต่างจากซีซั่น 1 ที่โจลงมือทำแทบจะทั้งหมด พึ่งดวงน้อยกว่า จะเอาความบริสุทธิ์หรอ? ฉันต้องคว้ามาด้วยตัวเอง
และตัวเรื่องเองก็แอบมีช่องโหว่หลายเรื่องนะ ทั้งนิดหน่อยไปถึงปานกลางและก็มีสิ่งที่ไม่ยอมเล่าให้เห็น บทจะจบแบบนี้ก็….จบ “จบแล้ว ฉันจะสรุปแบบนี้ ตรงนี้ไม่เล่าแล้ว เธอรอไปต่อซีซั่นหน้าแล้วกันนะ” ปล่อยให้ไปนึกเองเสียอย่างงั้น กลายเป็นผลงานฆาตกรรมที่ทำงานเสร็จแต่ไม่เรียบร้อยเท่าไหร่
และก็ไม่ค่อยชักชวนให้ดูซีซั่นต่อ (อันนี้ความรู้สึกส่วนตัวนะ) กลัวอย่างเดียวว่าทุกอย่างจะไปถูกรวบเอาตอนจบแบบง่าย ๆ แต่ก็พอเข้าใจได้บ้างเพราะมันเล่าผ่านมุมโจคนเดียว มันก็มีข้อจำกัด ก็ต้องรอดูว่าพอเล่าผ่านมุมมองเดียวแบบนี้ตอนสุดท้ายมันจะถูกนำเสนอออกมาแบบไหน ก็เป็นสิ่งที่ต้องรอดูต่อไป
มันจับความพยายามของตัวบทได้ตลอดเวลา เลยรู้สึกว่าไม่ลื่นไหล
เอาจริง ๆ ตัวโจควรน่าสงสัยที่สุดตัวหนึ่งสำหรับตำรวจนะ เนื่องจากเป็นคนรักของเบค(หรือความน่าสงสัยมันถูกโยนไปที่ดร.นิกกี้หมดแล้วแบบง่ายมาก ไม่มีการสืบสวนตั้งแง่ใด ๆ ) แต่เดาว่าการหนีออกนอกเมืองมาแล้วหายตัวไปอย่างกระทันหัน น่าจะต้องส่งผลอะไรกับเรื่องบ้างในตอนสรุปบ้าง ก็รอดูว่านางจะโดนจับไหมในท้ายที่สุด?
ความจ้อจี้ของซีซั่นนี้คือดูจนจบก็ยังคิดว่าโฟร์ตี้เป็นเกย์ ตอนเปิดเรื่องมาคือนึกว่าจะจีบโจด้วยซ้ำ รักสามเศร้าแน่ ๆ มันต้องมีคนตายเพราะโง่บ้างหละ จนนางมีแฟนก็ยังไม่เชื่อและเป็นตัวละครที่นึกว่าจะตายเป็นตัวแรกอยู่เสมอ แต่เพราะการหักมุม ลำดับเลยเคลื่อนหมด บ้าเอ้ย!!
ตัวเลิฟไม่ได้ถูกทำให้มองว่าเป็นผู้หญิงใสบริสุทธิ์หรือว่าดีขนาดนั้น จากที่เห็นนะ ด้วยการกระทำหลาย ๆ อย่างของตัวละคร มันก็ขัดกับเรื่องราวของตัวเลิฟที่พยายามนำเสนอมาตั้งแต่ต้น มันเลยกลายเป็นตัวละครหนึ่งที่ทำให้เรู้สึกเหมือนว่าเธอถูกกำหนดให้เป็นมากกว่า ถูกกำหนดให้เล่าออกมาแบบนี้และเป็นแบบนี้ เลยกลายเป็นตัวละครที่ไม่อินไปเลยของเรื่อง ดูเบา ดูประดิษฐ์ อยากแช่งให้ตาย ๆ ไปซะ ไม่มีการเอาใจช่วยใด ๆ ทั้งสิ้น ตัวเดไลล่าห์.ออกจะสมบูรณ์กว่าเสียด้วยซ้ำ (ไม่รู้ว่าตรงนี้เรื่องเขาจงใจหรือว่าพลาด)
รวม ๆ ก็ยังสนุกใช้ได้ โอเค ไม่ได้แย่ ยังดูเอาสนุกได้เพียงแต่ไม่เท่าซีซั่นแรก
สงสัยว่า ตู้เก็บหนังสือโจไปขนมาตอนไหน? นางไม่ได้รีบแอบหนีมาจากนิวยอร์คหรอ เพราะพอหนีจากแคนเดชได้ก็ขนกระเป๋าขึ้นแท็กซี่แล้ว แล้วไปเอาตู้มาได้ยังไง เพราะซีซั่นหนึ่งก็ไม่เห็นมีว่านางขนตู้ออกไปไว้ที่อื่น ใครรู้บอกที
สุดท้าย….ขณะดูก็อย่าลืมว่ามันเป็นเรื่องราวของ “ฆาตกร” และตรวจสอบเพื่อนบ้านของคุณเสมอหากเขาเป็นคนดีเกินไป เรามักตกหลุมพลางแบบเดิมซ้ำ ๆ
Don't think you'll be needing an umbrella
แล้วเจอกัน
แล้วเจอกัน

0 ความคิดเห็น