Lunatics หรือ บ้าบอคอแตก เป็น Original Series ของ Netflix ทีมีวิธีการเล่าเรื่องเหมือนกับการถ่ายทำสารคดีเพื่อตามติดชีวิตของกลุ่มคนที่ดูบ้าบอคอแตกทั้ง 6 คน นำแสดงโดย Chris Lilley (คริส ลิสลีย์) ทั้ง 6 บทบาท
ความจริงแล้วรอบตัวเรามันเต็มไปด้วยคนประหลาด คนแปลก คนที่มีรูปลักษณ์ไม่เหมือนคนอื่น คนบ้า ๆ คนที่ชอบทำตัวทุเรศ ๆ จนเรารู้สึกรับไม่ได้หรือเด็กเปรตที่ชอบทำอะไรห่าม ๆ และสบถคำหยาบออกมาตลอดเวลา ถ้าเราไม่ชอบคนเหล่านั้น เราไม่จำเป็นต้องบังคับตัวเองทำใจให้ชอบคนเหล่านั้นก็ได้ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเลิกมองพวกเขาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
“Lunatic” แปลความหมายตรงตัวได้ว่า “คนบ้า” ดังนั้นซีรีย์เรื่อง Lunatics ก็แปลความหมายตรงตัวได้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มคนบ้าพร้อมกับชื่อภาษาไทยว่า “บ้าบอคอแตก” เราอาจสงสัยว่ามันจะเป็นเรื่องเล่าของกลุ่มเพื่อนหรือกลุ่มคนที่มารวมตัวกันทำอะไรแปลก ๆ บ้า ๆ บอ ๆ รึเปล่า? จำพวกตลกติ๊งต๊อง ปัญญาอ่อนที่ดูเบาสมอง เหมือน dumb and dumber ซึ่งก็ต้องบอกว่า ใช่ เข้าใจไม่ผิดเท่าไหร่หรอก แต่พวกเขาไม่ได้มารวมตัวกันและไม่ได้มีแค่สองคน
ในซีรีย์เรื่องนี้พาเราเข้าไปติดตามช่วงชีวิตขณะหนึ่งของเหล่าคนประหลาด ๆ แปลก ๆ แบบที่ว่าไปข้างต้นถึงหกคนซึ่งได้แก่ “เคท ดิ๊ก” ดีไซน์เนอร์และเจ้าของร้านเสื้อผ้า, “เบ็กกี้ ดักกลาส” สาวมหาลัยปีหนึ่ง, “กาวิน แม็กเกรเกอร์” เด็กนักเรียนเกรด 7, “ยานา เมลฮุเพน-จองส์” คนทรงสัตว์เลี้ยง, “เควนติน คุก” นายหน้าค้าบ้าน, “จอยซ์ เจฟฟรีส์” อดีตนางแบบและดาวหนังโป๊
แค่เห็นข้อมูลเบื้องต้นของตัวละครก็ชักชวนให้เรื่องนี้มันดูน่าสนใจว่าพวกเขาจะออกมาสร้างความวายป่วงได้มากขนาดไหน นั่นก็เป็นความตั้งใจของเราเหมือนกันว่าจะได้ดูเรื่องราวต๊อง ๆ บ้าบอคอแตกตามที่ชื่อเรื่องของมันนำเสนอตัวมันเอง ซึ่งก็ไม่ผิดคาด เรื่องนี้เต็มไปด้วยกลุ่มคนบ้าบอคอแตกสมชื่อ
แถมบางตัวละครในมุมมองของเรายังดูน่ารังเกียจสุด ๆ อีกด้วย บางตัวละครยิ่งดูก็ยิ่งไม่รู้ว่าจะมีมุมไหนเหลือให้รักได้ ถ้าเจอในชีวิตจริงคงต้องของอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปรู้จักจะดีกว่า ซึ่งมันก็แน่นอนอยู่แล้วเพราะซีรีย์เรื่องนี้เหมือนตั้งใจรวมตัวละครประหลาด ๆ แบบที่เราจะรู้สึก อิหยังวะและไม่ชอบในชีวิตประจำวันมาไว้ด้วยกันถึงหกตัว มันคงต้องมีทั้งตัวละครที่เรารู้สึกโอเคไปกับมันหรือรู้สึกไม่ชอบเอามาก ๆ แน่นอน
กลุ่มคนแปลกที่ชายขอบของเราแต่มันคือตรงกลางของเขา
“เคท” ชายที่หมกมุ่นกับเรื่องเพศและไอจ้อนของตัวเอง ไม่เคยให้เกียรติภรรยาและลูกสาว แถมยังนอกใจภรรยาครั้งแล้วครั้งเล่าไปมีอะไรกับเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะเครื่องคิดเงินที่เขาตั้งชื่อให้ว่า “คาเรน” เปลี่ยนชื่อร้านเสื้อผ้าของพ่อภรรยาใหม่เป็นชื่อ “มายดิ๊ก” และเปลี่ยนทุกอย่างโดยยึดตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล ไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่หลงตัวเองสุด ๆ ทุกสิ่งที่ทำก็ดูแทบจะไม่มีอะไรเข้าท่าเลยแต่ก็ช่างดันทุรังและยังไม่ยอมฟัง
“เบ็กกี้” ดูเป็นเด็กสาววัยใสเพิ่งขึ้นมหาลัยทั่วไปแต่บังเอิญเกิดมามีร่างกายที่ใหญ่โตกว่าคนปกติเป็นเท่าตัว บางครั้งก็ดูแปลก ๆ แต่ไม่ค่อยเข้าถึงความรู้สึกคนอื่น เธอมีความฝันแบบเด็กสาวทั่วไป มีความน่ารักแบบเด็กสาวทั่วไป หลงรักเพื่อนชายทั่วไป ชอบทำอะไรจุกจิกน่ารักแบบเด็กผู้หญิงทั่วไปแม้จะไม่เข้ากับขนาดตัว และเพราะขนาดตัวนั่นแหละที่ทำให้เธอถูกพวกเพื่อนผู้ชายกลั่นแกล้งครั้งแล้วครั้งเล่าหรือมีคนมากมายรับไม่ได้กับสิ่งที่เธอเป็น
“กาวิน” อาจเป็นแค่เด็กนักเรียนเกรด 7 แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเด็กโข่งโคตรทะลึ่ง ชอบพูดจาหยาบคาย สบถ “Fu*k” วันละหลาย ๆ สิบรอบ จีบผู้หญิงด้วยถ้อยคำสกปรกและชวนทะลึ่งตึงตังเหมือนพวกคนโตน่ารังเกียจ มีกิจกรรมห่าม ๆ ที่ดูไม่ค่อยให้เกียรติใครหรือไม่เคยดูกาลเทศะ ดูเหมือนในหัวจะคิดแต่อะไนสกปรก ๆ ตลอดเวลา เป็นเด็กนรกที่รับรองได้ว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากได้มาเป็นลูกตัวเอง
“ยานา” คนทรงสัตว์เลี้ยงที่ดูประหลาด ๆ อันนี้คงต้องบอกว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลเมื่อเธอบอกว่าเธอสามารถสื่อสารกับสัตว์เลี้ยงได้ เธอหลงรักผู้ช่วยสาวของตัวเองและหมกมุ่นกับเรื่องนั้นจนเอาเรื่องของตัวเองไปใส่ในความรู้สึกและสถานะความสัมพันธ์ของเหล่าสัตว์ที่เธอรู้จัก แต่ไม่ยอมพูดออกมาตรง ๆ เลยเถิดไปจนถึงขนาดพาสุนัขตัวเมียสุดรักของเธอไปผ่าตัดแปลงเพศเป็นตัวผู้ พร้อมกับพยายามทำทุกอย่างเพื่อแย่งผู้ช่วยสาวมาเป็นของเธอ
“เควนติน” หนุ่มนายหน้าค้าบ้านที่ดูจะปกติทั่วไปแต่มีบั่นท้ายที่ใหญ่และงามงอน เกินกว่าจะเป็นก้นของผู้ชาย ซึ่งแปรผกผันกับตัวเขาที่มีความเป็นชายเต็มเปี่ยม ชอบทำอะไรห่าม ๆ แบบที่กลุ่มผู้ชายรวมตัวกันไปทำพร้อมกับความมั่นใจแบบสุดขั้ว สาว ๆ ส่วนใหญ่มาเห็นคงต้องขอเว้นระยะสักนิด เพราะผู้ชายประเภทนี่มีความเป็นชายที่สูงงงงงและพุ่งทะยานเหลือเกิน
“จอยส์” อดีตดาวโป๊ที่เคยดังสุด ๆ แต่ปัจจุบันเก็บตัวอยู่ในบ้านรูหนู รายล้อมด้วยของสะสมและขยะ ดูเป็นคนที่มีสติไม่ค่อยเต็มส่วน อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ จับความปกติไม่ค่อยได้ ชอบทำอะไรประหลาด ๆ ทั้งต่อหน้าเด็กและในที่สาธารณะเหมือน ๆ กับเวลาที่เธออยู่บ้าน แถมยังมีเพื่อนในจินตนาการเป็นจริงเป้นจัง ดูเป็นเพื่อนบ้านที่ค่อนข้างคุยด้วยยากพอสมควรเพราะมีตรรกะแปลก ๆ เป็นของตัวเอง
เราอาจชอบตัวละครเหล่านั้นได้ทุกตัว…เมื่อมันอยู่ในจอ ก็ไม่เป็นไรนี่ แต่ลองนึกถึงดูว่าถ้าเราเจอพวกเขาสักคนในชีวิตจริง ๆ อยู่ข้าง ๆ บ้านเราหรือเป็นเพื่อนเราและเราหนีไปจากเหตุการณ์เหล่านั้นไม่ได้เหมือนกับเหล่าผู้คนในซีรีย์ต้องเผชิญหรือบางทีเราอาจจะเป็นคนบ้า ๆ สำหรับคนอื่นเสียเอง มันจะเป็นอย่างไร อย่างเบ็กกี้ที่ดูเหมือนคนปกติ แต่ถ้าเราต้องคอยโอ๋เธอทุก ๆ สองนาที ต้องคอยดูแลว่าเธอเป็นอยู่ดีไหมหรือฟังทุกเพลงที่เธอแต่งโดยที่เราไม่ได้ชอบ เราจะกล้าทำร้ายจิตใจเธอไหม
เราจะยอมรับพวกเขาและเข้าใจพวกเขาไหมหรือจะมองตัวประหลาดในชีวิตเรา เป็นกลุ่มคนบ้า ๆ ที่ชวนให้เราหัวเสียได้ตลอดเวลาและรู้สึกอยากจะหนีไปไกล ๆ
ไม่ว่าเราจะรู้สึกกับกลุ่มคนเหล่านี้แบบไหน มันก็ไม่ผิดเลย เพราะเราทุกคนต่างมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ เราไม่จำเป็นต้องทำเป็นชอบทุกคนที่แตกต่างจากเราหรือแสร้งทำเป็นว่าเราไม่ได้รู้สึกเกลียดพวกคนประหลาด ๆ แต่ก่อนที่เราจะรู้สึกแบบนั้นแล้วตัดสินเขา ซีรีย์บ้า ๆ เรื่องนี้ได้พาไปติดตามชีวิตบ้าบอคอแตกของทั้ง 6 ตัวและหากเราทนกับเรื่องราว….ไปจนถึงบทสรุปในตอนจบได้ เราจะเข้าใจว่า พวกเขาต่างมีความปรารถนา ความรักและความคิดฝันไม่ต่างไปจากเราคนอื่น ๆ ต่อให้คน ๆ นั้นจะประหลาดมาก ๆ แต่สิ่งสุดท้ายที่พวกเขาทำและเราเหมือนกันคือ “เพื่อมีชีวิตที่มีความสุข”
ในสังคมป่วย ๆ อย่างทุกวันนี้โดยเฉพาะในโซเชียลเน็ตเวิร์กที่คนเราตัดสินกันอย่างรวดเร็ว อวดกัน แข่งขันกันสร้างภาพลักษณ์ที่ดูสมบูรณ์แบบ ลึก ๆ ข้างในความเป็นตัวเรา เราต่างใฝ่หาพื้นที่เล็ก ๆ ที่เราจะรู้สึกเป็นตัวของตัวเองได้ ปลดแอกตัวเราออกมาจากรอบที่ต้องวางไว้ให้ทุกคนชอบ ทำอะไร ๆ อย่างกังวลว่าจะมีคนเกลียด พื้นที่ ๆ เราจะสามารถบ้าได้อย่างหลุดโลก เหวี่ยงหัวตัวเองราวกับกำลังคลั่ง
เราไม่ได้เหมือนกันทุกคน
ตัวละครเหล่านี้คือความบ้าส่วนหนึ่งเล็ก ๆ ในใจเรา ความชายขอบมันซ่อนอยู่ในตัวเราทุกคน สุดท้ายแล้วภายใต้ความผิดปกติและดูบ้าบอบคอแตกจนเหลือรับได้เหล่านั้น มันเป็นตัวบ่งชี้ไหม ว่าพวกเขาต่างจากเราจริง ๆ ประหลาดจากเราจริง ๆ เป็นพวกคนชายขอบของสังคมแล้วเรามั่นใจได้อย่างไรว่าเราอยู่ตรงกลางของวงกลม หรือไม่เป็นคนชายขอบสำหรับคนอื่น
สิ่งที่ตัวละครเหล่านี้ได้พิสูจน์ออกมาคือพวกเขาเปลี่ยนความบ้าในตัวเองไม่ได้ แต่พวกเขาค้นพบความสุขและความพอดีสำหรับตัวเขาได้ ไม่มีการกระทำไหนยิ่งใหญ่ในเรื่องนี้มีแต่หัวใจที่เต็มเปี่ยม เมื่อเราดูความบ้าบอตอแตกนั้นไปจนถึงตอนจบได้ เราก็จะเห็นว่ามันเป็นแค่เรื่องธรรมดา ๆ ของชีวิตคน ๆ หนึ่ง คนที่จะเลือกทางเดินชีวิตที่เหมาะกับตัวเอง โดยไม่ต้องฝืนหรือพยายามเปลี่ยนแปลงเพื่อใครในขณะที่ไม่ทำร้ายใคร
- เคทไม่ได้อยากเกิดมาเป็นคนมีความผิดปกติเกี่ยวกับ sex
- เบ็กกี้ไม่ได้อยากสูง 222 เซนติเมตรเพื่อให้คนมองเธอเป็นตัวตลก
- กาวินเข้าใจว่าตัวเขาเหมาะหรือไม่เหมาะกับอะไรและแสดงให้เห็นได้ว่าเขาไม่ใช่คนไม่รู้จักคิดทำตัวไร้สาระตลอดเวลา
- ยานาไม่ได้จะอยากตกหลุมรักผู้ช่วยสาว เธอปล่อยวางความรู้สึกรักไม่ได้แต่เธอเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมันได้
- อาจไม่มีผู้หญิงที่ไหนชอบเควนตินกับก้นของเขาแต่วันหนึ่งเขาก็พบคนที่ยอมรับตัวเขาได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ใครมารัก
- จอยส์ไม่ได้อยากเป็นเพื่อนบ้านนิสัยไม่ดีหากมีโอกาสทุกคนก็สามารถเห็นความน่ารักในตัวเธอได้
โชคดีที่ทั้งหกตัวละครนี้มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือพวกเขามีคนที่คอยเป็นกำลังใจอยู่ข้าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อนฝูงหรือคนที่ยังมีพื้นที่และพร้อมจะเข้าใจในตัวตนของพวกเขา อยู่เคียงข้างกับความประหลาดบ้า ๆ บอ ๆ มันคงน่าเศร้าและเรื่องนี้คงกลายเป้นหนังดราม่าถ้าพวกเขาถูกผลักออกไปเป็นคนชายขอบและโดดเดี่ยว
รอบ ๆ ตัวเรามันยังมีคนบ้า ๆ ต่างจากคนอื่นแบบนี้อยู่และบางครั้งก็เป็นตัวเราเอง…อาจจะตลอดเวลาหรือสักช่วงเวลา เพียงแค่อย่าหลงลืมความเป็นมนุษย์ในตัวของกันและกันเพราะนั่นคือสิ่งที่เรามีเหมือนกันแน่นอน สิ่งที่ตัวละครทั้งหกมีเหมือนเราคือเขายังเป็นมนุษย์และค้นหาความสุข
ช่วงหลายมาตรฐาน – อะไรคือสิ่งดีงามใน Lunatics
- ถึงมันเป็นเรื่องตลกบ้าบอและถ้าเราอ่อนไหวพอ ตอนจบก็พาเราน้ำตาไหลได้
- ตัวละครแต่ละตัวอาจประหลาดแต่ก็มีเสน่ห์ในตัวเอง เราอาจหลงรักสักตัวก็ได้
- ถึงจะเแสดงคนเดียวแต่คริส ลิสลีย์ก็ทำให้เรารู้สึกได้ว่าตัวละครทั้งหกตัวนี้แตกต่างกันและมีหัวใจกันคนละดวง
We're square. Nothing owed, nothing left to say
แล้วเจอกัน
แล้วเจอกัน

0 ความคิดเห็น