การจับตำนาน Dracula มาล้างน้ำตีความใหม่ยัดใส่ซีรีย์ ฉบับสั้น 3 ตอนจบ 4 ชม.ครึ่ง ปี 2020 กับตอนท้ายที่ต้องตะโกนว่า ‘ไอบ้าาาาา’ และ Concept การตามล่าหาเจ้าสาวที่หายไป
เป็นการดริฟเข้าโค้งหักศอกที่สวยงามมากสำหรับ Dracula 2020 ตัวซิสเตอร์มีความกวนประสาทคล้าย ศจ.มอริอาตี้ ใน Sherlock เวอร์ชั่น BBC เบา ๆ เอาใจไป เป็นตัวละครหนึ่งที่มีเสน่ห์น่ารักฉับไว จนไม่มีความคล้ายแม่ชี ความสงสัยใคร่รู้ทำให้ซิสเตอร์เป็นแม่ชีที่เซ็กซี่ที่สุดที่เคยมีมา แม้แต่ท่านเคาท์แดร็กคูลาก็ยังมีความตลกขบขันในแบบท่านเคาท์เอง มีความเป็นใด ๆ นับว่าเป็นคู่หูปะทะคารมที่สนุกสนาน
เนื้อเรื่องแบบสั้น ๆ
Sister Agatha (Dolly Wells) แม่ชีที่เห็นแล้วต้องตั้งคำถามว่า “นี่แม่ชีแล้วหรอ?” ได้ช่วยเหลือทนาย Jonathan Harker (John Heffernan) เจ้าสาวคนใหม่? ปะติดปะต่อเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปราสาทของ Dracula (Claes Bang) และการตามหาความเชื่อ ความจริงเกี่ยวกับตำนานของท่านเคาท์
มินิซีรีย์ชุดนี้มีสามตอน เป็นสามตอนกับผู้กำกับสามคนที่ให้อารมณ์ความรู้สึกไม่เหมือนกันเลยสักตอน มีหลายประเด็นที่ถูกแสดงออกมาและชวนให้ขบคิดจนก่อเกิดเป็นความเชื่อเดียวกัน เป็นการค่อย ๆ ประกอบเรื่องราวที่สมบูรณ์….นึกถึงเลือดเลย แม้ในบางช่วงจังหวะจะรู้สึกว่าเล่าเร็วไปหน่อย แต่ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่กระชับสุด ๆ แบบไม่มียืดเยื้อ ชวนให้ตั้งข้อสงสัยและคำถามคาดเดาเรื่องตามไปเสมอ เป็นการท้าทายความเชื่อที่สนุกสนานใช้ได้

ความรู้สึกของของแต่ละตอนใน Dracula
- ตอน 1 กฏแห่งเดรัจฉาน
ตอนนี้มีความปริศนาชวนน่าสงสัย คับคล้ายคับคลากับเดินอยู่ใน Shutter island จนต้องรอลุ้นว่ามันจะมีอะไรพลิกผันในความนึกคิดจิตใจของตัวละครไหม ตัวเนื้อเรื่องและวิธีการเล่าค่อย ๆ พาเราเดินลึกเข้าไปในหุบเขาแห่งความทรงจำ ผ่านจิ๊กซอว์ที่ค่อย ๆ หลุดโผล่เข้ามาทีละชิ้นอย่าน่าสนใจ ตัวซิสเตอร์อากาธามีการตั้งข้อสังเกตต่อเรื่องราวมากกว่าจะมานั่งเป็นผู้ฟังในแบบฉบับแบบที่เขาว่าดีอย่างเงียบ ๆ ด้วยการตั้งคำถามจับสงสัย จนบางครั้งก็ดูเหมือนจะชักจูงผู้เล่าเสียเอง ลุ้นมาก
มันเป็นการเปิดเรื่องราวความเชื่อที่มีต่อตำนานของตัวแดร็กคูลาแล้วทดสอบมันอย่างไร้ซึ่งความขลาดกลัวของซิสเตอร์อกาธา เป็นการเปิดเนื้อเรื่องที่มีสีสันมากสำหรับคู่ปรับที่เข้ากันดีอย่างท่านเคาท์และซิสเตอร์ ราวกับเชอร์ล็อกเจอมอริอาตี แบบนั้นเลย
พอดูจบแล้วกลับมาอ่านชื่อตอนนี้อีกครั้ง รู้สึกเหมือนโดนหลอกด่าเบา ๆ
- ตอน 2 เรือชโลมเลือด
ตอนนี้ข้ามช่วงห่างจากตอนแรกพอสมควรและด้วยรูปแบบที่นำเสนอมีความเป็นหนังฆาตกรรมที่ตัวละครไขปริศนาหาผู้ร้ายอบนเรือปิดตายมากกว่าจะมาเสียเวลาเล่าเรื่องปีศาจ หนำซ้ำทุกอย่าง ทุกตัวละครยังดูน่าสงสัยมีข้อสังเกตให้ตามจับผิดเสมอ
ตอนที่เกือบจะรู้สึกเบื่อแล้วเพราะเห็นท่านเคาท์เอาแต่เลือกและลงมือฆ่าเหยื่อไม่หยุดหย่อน แต่แล้วปุ๊บปับเนื้อเรื่องก็ทวิตพลอตทันทีว่าสุดท้ายเกมนี้ใครที่เป็นเหยื่อ ออกจะเน้นการชิงไหวชิงพริบของซิสเตอร์กับท่านเคาท์พอสมควร ขณะที่คนดูก็ยังจับสังเกตได้ต่อไปเรื่อย ๆ เป็นตอนที่ไม่เหลือความจริงชุดไหนให้เชื่อ
- ตอน 3 เข็มทิศสู่ความมืดมน
ตอนที่สองว่าทิ้งช่วงแล้ว ตอนที่สามนั้นทิ้งช่วงกว่า จนไม่ใช่ท่านเคาท์หรอกที่จะตกใจ คนดูนี่แหละที่ปรับไม่ทัน
เค้ารางมันเริ่มชัดเจนว่าท่านเคาท์คือ The missing pice ไม่ว่าจะมีเจ้าสาวสักกี่คนก็ไม่เคยตรงใจ จนกระทั่งได้เจอคนที่เหมือนจะใช่ สุดท้ายก็ตายจากแต่ชีวิตมันยากขนาดนั้นเลยหรอ? การกลายเป็นผีดูดเลือดเนี่ย แม้ในตอนนี้ออกจะน่าเบื่อเล็กน้อยกับการให้น้ำหนักไปที่การตามหาเจ้าสาวคนใหม่ของท่านเคาท์มากกว่าการปะทะคารมกับคู่ปรับ แต่มันก็ย้ำตัวตนภายในหัวใจของท่านเคาท์จนนำไปสู่บทสรุปที่น่าสนใจแบบฉันไว ไม่ทันคิดว่านี่จะกลายเป็นหัวใจหลักของเนื้อเรื่องได้
คำเตือนสำหรับสปอยล์
ไปดู!!!
จริง ๆ เรื่องนี้ไม่เหลืออะไรให้เขียนแล้วเพราะตัวเนื้อเรื่องก็สรุปตัวเองได้อย่างสวยงามและชัดเจน เหลือหน้าที่เดียวที่ทำได้ก็คือไปดูและซึมซับมัน แต่ก็ขอหน้าด้านเขียนเก็บไว้อ่านนิดหนึ่ง
ไปดู!!!
จริง ๆ เรื่องนี้ไม่เหลืออะไรให้เขียนแล้วเพราะตัวเนื้อเรื่องก็สรุปตัวเองได้อย่างสวยงามและชัดเจน เหลือหน้าที่เดียวที่ทำได้ก็คือไปดูและซึมซับมัน แต่ก็ขอหน้าด้านเขียนเก็บไว้อ่านนิดหนึ่ง
ความสนุกของเรื่องนี้คือบท ตัวละครและนักแสดง
ขณะดู ซีรีย์ก็ทำให้เราเชื่อทุกอย่างและทุกอย่างที่เราเคยเชื่อเกี่ยวกับตำนาน ก่อนท้ายที่สุดจะตัดมันจนขาดสะบั้นอย่างไม่ใยดี แล้วไปสู่บทสรุปที่เราไม่ได้เตรียมตัวไว้ว่าจะมาเจอในเรื่องนี้ ขอบคุณ ค่อยเป็นการหักมุมที่สมน้ำสมเนื้อสักหน่อย
ตอนซิสเปิดเผยความจริงนี่ shock เหมือนเราถูกหลอกให้เชื่อมานาน กลายเป็นมนุษย์ที่ไม่รู้วิธีอ่าน เราเชื่อเพราะมีคนบอกว่านั่นคือความจริง เราเชื่อโดยที่เราไม่ออกค้นหา ถึงกับต้องตะโกนว่า “ไอบ้าาาาาา” หลังเห็นเคาท์แดร็กคูลาตะเกียกตะกายไปมาบนพื้น จ้อจี้ที่สุดแล้ว

บางสิ่งที่ตามมาหลังดู
จริง ๆ ก่อนจะถึงบทสรุปสุดท้ายของเรื่อง เราคิดว่าเรื่องนี้มันถูกสรุปไปนานแล้วและตัวซิสเตอร์เองก็เข้าใจมัน เพียงแต่มันถูกอธิบายออกมาในแง่ของลักษณะการเชื่อมั่นในพระเจ้า หัวใจของความดีงาม การค้นพบดินแดนอันเป็นนิรันดร์หรือความสุขที่ผุดขึ้นภายใน มันดูเป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยาก มันจึงมาถูกอธิบายอย่างมีสมมุติฐานได้ในรุ่นของหลานซิสเตอร์ ที่มีความคิดอย่างตรงไปตรงมา เน้นเหตุผลมากกว่าความรู้สึกร่วมและมีความเป็นนักวิทยาศาสตร์มากกว่าในรุ่นของซิสเตอร์เองที่ยังประกอบได้ด้วยเรื่องของกางเขน ตัวแทนของความดีงาม แสงอาทิตย์ ดินจากบ้านเกิด หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เขาว่ากัน
เอ้อ มันเกี่ยวกับความเชื่อ ก่อนที่มันจะเข้าสู่มหากาพย์การเดินทางตามหาเจ้าสาว นั่นคือหนึ่งในประเด็นทั้งหมด หากจะตีความตามศาสนาโดด ๆ เลยก็ย่อมได้ มันชัดเจนมากในตัวซิสเตอร์อกาธาที่ประกาศกร้าวว่าเป็นผู้ท้าทายความเชื่อ น่าสนใจว่าตัวละครตัวนี้ถูกสร้างขึ้นมาเป็นซิสเตอร์หรือว่าแม่ชี แต่กลับออกตามล่าหาความเป็นจริงมากกว่าการเฝ้าพร่ำพรรณนาถึงความรักในพระเจ้าและดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างลอย ๆ เป็นตัวละครหนึ่งที่ไม่ทอดทิ้งศรัทธาในความสงสัยใคร่รู้และอุทิศตัวท้าทายความเชื่อด้วยการพิสูจน์มันอย่างตรงไปตรงมาเพื่อที่จะสามารถเชื่อมันได้จริง ๆ จนมันนำไปสู่การค้นพบความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ตำนานของผีดูดเลือดอย่างท่านเคาท์แดร็กคูล่า
…คือการเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์
มึงจึงเป็นที่มาของการตามหาเจ้าสาวของท่านเคาท์ การฆ่าคนของท่านเคาท์ก็เพื่อทำให้ตัวเองสมบูรณ์แบบก่อนไปพบเจ้าสาวที่เขาได้เลือกได้ไว้อย่างดีก็เพื่อเติมเต็มตัวเขาให้สมบูรณ์อีกเช่นกัน ในที่นี้ท่านเคาท์จึงเป็นเหมือน The Missing Piece และซิสเตอร์เป็นเหมือน The big O* ที่ค่อย ๆ เติบโตไปพร้อม ๆ กันและทั้งคู่ก็เดินทางมาบรรจบพบกัน สนทนากัน เล่นเกมด้วยกัน หยอกล้อคารมกัน เพื่อค้นหาชิ้นส่วนความภาคภูมิใจที่ขาดหายไปจากตัวมนุษย์คนหนึ่งซึ่งมันทำให้เขาคนนั้นกลายเป็นปีศาจร้ายกระหายการเติมเต็มมาตลอดหลายร้อยปี
สิ่งที่ท่านเคาท์กินเข้าไปมันไม่ใช่แค่เลือดและนัยหนึ่งมันเป็นมากกว่าเรื่องราว คือการกินเพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป มนุษย์เราทำร้ายกันเองหรือแม้แต่ทำร้ายตัวเราเองแค่เฉพาะยามเมื่อเราขาดความเข้าใจ
ต่างจากซิสเตอร์อกาธา ตัวท่านเคาท์นั้นกลับเต็มไปด้วยความเชื่อ ความเชื่อเกี่ยวกับตัวเขาที่ทุกคนพูดถึง ความเชื่อที่เคยมีเหตุผลแต่เมื่อท่านเคาท์เองยังหลงลืมเหตุผลมันก็กลายเป็นแต่ความเชื่อลอย ๆ และความเชื่อมันเป็นสิ่งที่เข้าใจไม่ได้และเขาก็ปฏิเสธที่จะค้นหาความหมายของมันแม้จะมีเวลาเนินนานนิรันดร์กาลก็ตาม
ใครกันแน่ที่ไม่รู้วิธีอ่าน? เติมเข้าไปตั้งมากมาย รู้จักทุกคนแต่ไม่เคยเข้าใจตัวเอง
ความกลัวคือสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาเมื่อเราขาดความเข้าใจ เหมือนที่เรากลัวผีเพราะเราไม่รู้ว่าผีคืออะไร มันจำเป็นหรอที่ท่านเคาท์ต้องมีเจ้าสามถึงสามคน? มันคงจำเป็นถ้าเขาไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เขาตามหา หรือต้องสมบูรณ์พร้อมก่อนเดินทางมาอังกฤษ? มันคงใช่ถ้าเขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองสมบูรณ์เลย
“มนุษย์เมื่อตายไปแล้วร่างกายก็แค่เน่าเปื่อย แต่ความรู้สึกและจิตวิญญาณจะยังคงอยู่”
มันเลยเกิดคำถามอีกข้อขึ้นว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เขาเป็นอมตะแต่เหมือนตายทั้งเป็น? การไม่เป็นที่ยอมรับ การขาดพร่อง ความไม่สมบูรณ์ และกลัวที่จะต้องถูกกักขังอยู่กับความรู้สึกที่ว่าตัวเองไม่สมบูรณ์ไปตลอดกาลใช่ไหม?
สู่คำถามต่อมาคือการพ่ายแพ้ต่อความกลัว (ที่ตัวเองไม่สมบูณ์แบบ) และมีชีวิตอยู่อย่างไม่มีวันตาย นั่นคือการเป็นอมตะจริง ๆ หรือเป็นแค่การทนอยู่อย่างตายทั้งเป็น?
ท่านเคาท์กลัวที่ตนเองไม่ใช่มนุษย์ที่สมบูรณ์ กลัวที่จะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากความไม่สมบูรณ์แบบที่เขาหลบซ่อนมันเอาไว้ เขาจึงออกตามหาเจ้าสาวคนแล้วคนเล่า เพื่อที่จะพบผู้ซึ่งสามารถเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปจากใจเขาได้ …และไม่ยอมตาย
ปีศาจกับศาสนาเหมือนกัน?
มันน่าสนใจมากที่เรื่อง Dracula เอาประเด็นนี้เชื่อมโยงผูกไว้กับแม่ชีและศาสนาคริสต์ เหมือนเป็นการตั้งคำถามกลาย ๆ ว่า การค้นพบพระเจ้าคืออะไร? ดินแดนศักดิ์สิทธ์แท้จริงอยู่ที่ไหน? มันเป็นความขาดที่เหมือนกันไหมระหว่างผีดูดเลือดและมนุษย์? ทุกคนต่างค้นหาความรักและการยอมรับจากสิ่งที่ต่างกัน? เราต่างพันธนาการตัวเองด้วยวิธีเดียวกัน?
แต่คนที่ได้เติมเต็มหัวใจตนเองอย่างสมบูรณ์แล้วเท่านั้นที่จะมีชีวิตอยู่โดยปราศจากความกลัว นั่นคือสิ่งที่(หลาน)ซิสเตอร์ค้นพบ ถ้าใช้คำถูกนะ การกล้าเผชิญกับความกลัวต่อความไม่สมบูรณ์แบบ มันทำให้มนุษย์คนหนึ่งสมบูรณ์ได้ ต่อจากนั้นไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือจากไปมันก็ไม่ใช่ปัญหาหรือถ้าพูดในแง่ศาสนามันก็คือการค้นพบพระเจ้าและความดีงามในหัวใจของเราเอง
เนื้อเรื่องนี้มันชวนเราคิดไปตามการตั้งสมมุติฐานของซิสเตอร์อกาธาและคำตอบมันชัดตั้งแต่คำพูดคุณแม่อธิการพูดในตอนแรกแล้ว เพียงแค่มันถูกนำเสนออกมาในมุมของแม่ชี ผู้ตามหาความรักจากพระเจ้าและมีมุมมองความถูกผิดตามศาสนา ซึ่งแดร็กคูลาไม่เชื่อสิ่งนี้ เขาก็ไม่เข้าใจมัน
“ที่ไหนที่เราจะได้พบพระเจ้าได้ ในการสวดของเราหรอ…ไม่ ในเพลงสวดของเราหรอ…ไม่ ในความทุกข์ทรมานหรือความอดทนของเราหรอ…ไม่ ความเชื่อซื้อขายไม่ได้ เราต้องแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่ไร้ขอบเขต เราร่วมไปกับมัน ถ้าอย่างนั้นเราจะพบพระเจ้าได้ที่ไหน? ซิสเตอร์ ฉันจะบอกให้ เมื่อเธอยืนอยู่ในหลุมที่ลึกที่สุด โดดเดี่ยว ไร้ความหวังและความช่วยเหลือแต่ยังรู้ถูกผิดอยู่ เมื่อรอบตัวมีแต่ความมืดและความสิ้นหวัง แต่ยังรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาในสายเลือด ความแตกต่างระหว่างดีและร้าย เมื่อคุณอยู่เหนือจากการช่วยเหลือ เหนือจากรางวัลและการพิพากษา เรายังมองตรงไปที่ความชั่วร้ายและพูดว่า…ไม่ แกมาได้ไกลแค่นี้แต่จะไม่ไกลกว่านี้ พระเจ้าไม่ได้มาหาเรา แต่เราจะขึ้นไปหาพระเจ้าเอง”
ทีแรกเราไม่เชื่อในคำพูดนี้เลย เพราะเราคิดว่ามันกำลังพูดถึงพระเจ้าและเราไม่เชื่อแบบเดียวกับแม่ชี แต่พอเราเข้าใจ เรื่องทั้งหมดมันก็เฉลยอยู่ตรงหน้ามาตลอด ทุกข้อสงสัยและรายละเอียด ตัวละครทุกตัวบนเรือในตอนที่สองก็ไม่ต่างจากแดร็กคูลาหรือว่าซิสเตอร์อกาธา ทุกคนต่างขาดและเดินทางผ่านเส้นทางที่ยาวนานตลอดกาลเพื่อตามหาการเติมเต็มที่แตกต่างกัน เวลาผ่านมาเป็นร้อยปีผู้คนในปัจจุบันก็ยังตามหาการเติมเต็มจากกันและกัน แต่แล้วจริง ๆ คำตอบมันคืออะไร อยู่ที่ว่าใครจะค้นพบก่อน ตอนซิสเตอร์อกาธาตายไปพร้อมกับรอยยิ้ม นั่นก็เป็นบทสรุปอีกชุด
“บางทีจิตใจเราพร้อมแล้ว แต่ว่าร่างกายของเรายังอ่อนแอ”
พอซิสเตอร์อกาธาค้นพบคำตอบ แดร็กคูลาค้นพบคำตอบ ก็ไม่มีใครจำเป็นต้องรอคอยการพิพากษาอีกต่อไป ช่วงเวลาหลายร้อยปีก็เป็นอันสิ้นสุดลง การค้นหามันจบแล้ว เพียงแค่ยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบและร่วมไปกับมัน แค่นั้น จบง่ายมาก และ The Missing Piece ก็กลิ้งตัวเองไปกลายเป็น The big O บริบูรณ์
ช่วงหลายมาตฐาน – อะไรคือสิ่งดีงามใน (ที่ควรดูอย่างที่สุด)
- มีแม่ชีที่เซ็กซี่และแซ่บมาก
- มีหลานแม่ชีที่แซ่บกว่า จะตายหรอ…กูจะกระโดดชักม่าน มีไรป่ะ
- โปรดักชั่นดี ความย้อนยุดสำน้ำสมเนื้อ BBC
- นักแสดงก็เล่นดี ดีมากกกกกกกกกกก สลับบท ต่อล้อต่อเถียงกัน ทำให้ตัวละครโคตรมีเสน่ห์

Nor am I out of it
แล้วเจอกัน
แล้วเจอกัน
*** The Missing Piece Meets The Big O เป็นชื่อนิทานของ Shel Silverstein เกี่ยวกับ The Missing Piece ที่ออกตามหาชิ้นส่วนที่หายไป จนกระทั่งวันหนึ่งที่ได้พบกับ The Big O
ฟังดูงง ๆ หรอ? ต้องไปดูเอง
ฟังดูงง ๆ หรอ? ต้องไปดูเอง
ข้อมูลภาพยนตร์ IMDb

0 ความคิดเห็น